จากคนทำบ้านปิ่นโต
สวัสดีครับ เพื่อนบ้านทุกคนผมชื่อลี มาจากโซล เกาหลีครับ
ผมทำงานเป็นนักพัฒนาด้านฟู้ดเทคและวิศวกร IT มากว่า 15 ปี เกษียณเมื่อสองปีก่อน แล้วมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยตั้งแต่นั้น

ประสบการณ์ในเมืองไทยของผม - การแบ่งปันอาหาร
ระหว่างที่อยู่เมืองไทย ผมชวนเพื่อนคนไทยสนิท ๆ มาที่บ้านบ่อย ๆ เราทำอาหารเกาหลีและอาหารไทยด้วยกัน เล่าเรื่องราวให้กันฟัง และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข

วันหนึ่งผมก็คิดขึ้นมาว่า “ถ้าแบ่งปันช่วงเวลาแบบนี้ได้ไม่ใช่แค่กับเพื่อน แต่กับเพื่อนบ้านด้วย มันจะดีแค่ไหน”
ผมลองหาดูในโซเชียลมีเดียนับไม่ถ้วน — Facebook, LINE, TikTok, Instagram และอีกหลายที่ แต่ดูเหมือนแต่ละคนจะอยู่ห่างไกลกัน ไม่สามารถแบ่งปันอาหารหรือสิ่งของต่อกันได้ง่ายนัก

ประสบการณ์ในเมืองไทยของผม - การซื้อขายของมือสอง
ตลอดสองปีที่อยู่เมืองไทย ของที่ผมขนมาจากเกาหลีแต่ไม่ได้ใช้แล้วก็ค่อย ๆ สะสมมากขึ้น มันกินที่เปล่า ๆ ผมเลยตัดสินใจขายบางชิ้นทางออนไลน์ ผ่าน Facebook และ Kaidee ถึงขั้นจ่ายค่าโฆษณาเพื่อลงประกาศ
วันหนึ่งมีคนติดต่อมาบอกว่าสนใจของชิ้นหนึ่ง เราคุยกันเรื่องราคาและวิธีส่งของ แล้วผู้ซื้อเสนอว่าให้ผมส่งของทาง EMS ไปก่อน ถ่ายรูปพัสดุแล้วส่งให้เขาดู เขาบอกว่าเห็นรูปแล้วจะโอนเงินมา ผมถึงกับคุยโทรศัพท์กับเขาโดยตรง เลยรู้สึกวางใจพอที่จะเชื่อ ผมส่งของไป ถ่ายรูป แล้วส่งให้เขาตามที่ตกลง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวจากเขาอีกเลย
พอเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ทุกคนบอกว่าผมน่าจะโดนมิจฉาชีพหลอก และบอกอีกว่าการโกงทางออนไลน์เกิดขึ้นบ่อยในเมืองไทย เพื่อความปลอดภัยควรเลี่ยงการซื้อขายของมือสองกับคนแปลกหน้าถ้าเลี่ยงได้
มันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมเสียใจมาก ภาพดี ๆ ที่ผมสะสมมาหลายปีเกี่ยวกับคนไทย สั่นคลอนไปในพริบตา
สิ่งที่ค้างใจผมที่สุดคือการได้เห็นว่า มิจฉาชีพไม่กี่คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังความไม่เปิดเผยตัวบนอินเทอร์เน็ต สามารถทำลายความไว้ใจที่เรามีต่อคนดี ๆ ซื่อสัตย์ และขยันทำมาหากินอีกจำนวนมากรอบตัวเราได้ ผมเลยคิดว่า “จะทำอย่างไรให้เพื่อนบ้านดี ๆ ที่เราเจอกันทุกวัน ซื้อขายของกันเองได้อย่างปลอดภัยและไว้ใจกันได้มากกว่านี้”
ว่าด้วย ‘เพื่อนบ้าน’
เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ดีกว่าญาติที่อยู่ไกล
คนเกาหลีถึงเรียกเพื่อนบ้านว่า ‘อีอุตซาชอน’ ซึ่งแปลได้ประมาณว่า ญาติข้างบ้าน มันสะท้อนว่าคนเกาหลีให้ค่ากับคนที่อยู่รอบตัวมากแค่ไหน ผมโตมากับความคิดแบบนั้น
ตลอดสองปีที่อยู่เมืองไทยหลังเกษียณ ผมพบว่าที่นี่ก็มีความอบอุ่นและความผูกพันแบบเดียวกัน
คืนหนึ่งผมไปห้าง แล้วลืมปิดไฟรถ พอกลับมาแบตเตอรี่ก็หมด เพื่อนบ้านคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนเลย อุตส่าห์ไปหาสายพ่วงมาช่วยสตาร์ทรถให้
อีกวันหนึ่งผมจักรยานล้มกลางสายฝน เพื่อนบ้านที่ผมไม่รู้จักวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไรไหม แล้วช่วยจัดการจักรยานให้ด้วย
ทั้งสองคนเป็นคนแปลกหน้า แต่ในวินาทีนั้น พวกเขามีค่ากับผมยิ่งกว่าญาติที่อยู่ไกล
ผมเชื่อในพลังของเพื่อนบ้าน
บ้านปิ่นโตคือที่ที่เราแบ่งปันเรื่องราวของคนที่อยู่รอบตัวเรา — คนที่บางครั้งมีความหมายกับเรามากกว่าญาติที่อยู่ไกล
เป็นที่ที่เราแบ่งปันอาหารอุ่น ๆ เรื่องราวดี ๆ และข้าวของที่มีความหมาย และซื้อขายกันกับคนที่ไว้ใจได้
บ้านปิ่นโตคือคอมมูนิตี้ของความไว้ใจ ที่สร้างขึ้นโดยคนที่ใส่ใจเพื่อนบ้าน เพราะบางที คนที่อยู่บ้านติดกันนี่แหละ ที่กลายเป็นคนสำคัญที่สุด
ผมเป็นคนสร้างบ้านปิ่นโตขึ้นมา แต่เจ้าของจริง ๆ คือทุกคนที่ใช้มัน
บ้านปิ่นโตใช้ฟรี ไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้าจากเพื่อนบ้าน เงินจากอาหารและของมือสองส่งถึงกันโดยตรงระหว่างเพื่อนบ้าน
ผมเชื่อว่าคุณมีไอเดียดี ๆ อีกมากมายที่จะทำให้ย่านของเราปลอดภัยและเป็นมิตรยิ่งขึ้น ผมพร้อมรับฟังเสมอ อยากบอกอะไรทักมาได้ทุกเมื่อครับ hello@baanpinto.life

ลี
คนทำบ้านปิ่นโต และอยู่ที่นี่เหมือนกัน